10 เรื่องต้องรู้ แอลกอฮอล์กับโรคเบาหวาน ความเสี่ยงที่ผู้ป่วยต้องรู้ก่อนตั้งวงดื่ม

Team

     หลายคนที่มีโรคประจำตัวมักมีคำถามในใจว่า เบาหวานกินเหล้าได้ไหม หรือ เบาหวานดื่มเบียร์ได้ไหม เวลาที่ต้องไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูง การดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งผู้ป่วยเบาหวานจำเป็นต้องเข้าใจกลไกของร่างกายตัวเอง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เนื้อหาบทความนี้จะพาไปเจาะลึกเรื่องสำคัญที่คุณควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจยกแก้ว

1.แอลกอฮอล์ทำให้ระดับน้ำตาลตกอย่างรวดเร็ว

เมื่อคุณดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป ร่างกายจะมองว่าสิ่งนี้คือสารที่ต้องรีบกำจัดออกไป ตับจึงหยุดหน้าที่ในการสร้างและปล่อยน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด แล้วหันไปขับแอลกอฮอล์แทน ส่งผลให้ผู้ป่วยเบาหวานเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างเฉียบพลัน

2.ยารักษาเบาหวานทำงานตีกันกับเครื่องดื่ม

หากคุณกำลังใช้ยาฉีดอินซูลินหรือยากินเพื่อลดน้ำตาล การดื่มเครื่องดื่มมึนเมาจะยิ่งเพิ่มฤทธิ์ให้ระดับน้ำตาลตกลงไปอีก ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมากและอาจทำให้เกิดอาการช็อกได้


3.เครื่องดื่มผสมคือกับดักน้ำตาล

เหล้าปั่น ค็อกเทล หรือการผสมน้ำอัดลมเต็มไปด้วยน้ำตาลแฝงปริมาณมหาศาล แม้แต่เบียร์ก็มีคาร์โบไฮเดรตสูง สิ่งเหล่านี้ทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งกระฉูดในตอนแรก ก่อนจะร่วงตกลงมาอย่างรวดเร็วในภายหลัง

4.ห้ามดื่มขณะท้องว่างเด็ดขาด

การดื่มโดยที่ไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยจะยิ่งเร่งให้เกิดภาวะน้ำตาลตก ควรรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนรองท้องก่อนเสมอ เพื่อช่วยรักษาสมดุลของน้ำตาลในเลือดตลอดการสังสรรค์

5.อาการเมากับอาการน้ำตาลตกคล้ายกันมาก

เรื่องนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะอาการหน้ามืด สับสน พูดไม่ชัด หรือเดินเซ คนรอบข้างอาจคิดว่าคุณแค่เมาหนัก แต่แท้จริงแล้วคุณอาจกำลังช็อกเพราะน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที


6.ระบบประสาทอาจถูกทำลายให้แย่ลง

ผู้ป่วยเบาหวานมักมีความเสี่ยงเรื่องปลายประสาทอักเสบอยู่แล้ว การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะยิ่งเข้าไปทำลายเส้นประสาท ทำให้มีอาการชาตามมือและเท้าหนักขึ้นกว่าเดิมจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

7.น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและควบคุมได้ยาก

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้พลังงานสูงแต่ไม่มีสารอาหาร หรือที่เรียกว่าแคลอรีเปล่า เมื่อดื่มบ่อยครั้งจะทำให้อ้วนง่าย และเมื่อน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน การควบคุมระดับน้ำตาลและการดูแลสุขภาพก็จะทำได้ยากขึ้นตามไปด้วย

8.ความดันโลหิตและไขมันพุ่งสูง

การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากส่งผลเสียต่อการทำงานของหัวใจ ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และเพิ่มระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ


9.หมั่นตรวจเช็กระดับน้ำตาลเสมอ

หากจำเป็นต้องเข้าสังคมและดื่มจริงๆ ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดทั้งก่อนดื่ม ระหว่างดื่ม และก่อนเข้านอน เพื่อให้แน่ใจว่าระดับน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยและไม่ต้องตื่นกลางดึกเพราะน้ำตาลตก

10.แจ้งคนรอบข้างให้รับรู้เสมอ

เมื่อต้องไปสังสรรค์ ควรบอกเพื่อนสนิทให้ทราบว่าคุณมีโรคประจำตัว และบอกวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากคุณมีอาการหน้ามืดหรือหมดสติ เพื่อให้เพื่อนสามารถช่วยเหลือคุณได้ทันท่วงที

ข้อสังเกตสำคัญที่ห้ามมองข้าม

      สิ่งที่ผู้ป่วยเบาหวานและคนใกล้ชิดต้องใส่ใจเป็นพิเศษคือ การแยกแยะระหว่างอาการเมากับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หากผู้ดื่มมีอาการเหงื่อออกมากผิดปกติ ตัวเย็น มือสั่น อ่อนเพลียอย่างหนัก หรือหมดสติไป อย่าปล่อยให้นอนพักไปเฉยๆ เพราะนั่นอาจไม่ใช่อาการเมาหลับ แต่เป็นสัญญาณเตือนของภาวะร่างกายขาดน้ำตาลรุนแรง ควรให้ดื่มน้ำหวานหรืออมลูกอมทันทีหากยังมีสติ หรือรีบพาส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดหากไม่รู้สึกตัว

สรุปการดูแลตัวเองเมื่อต้องเข้าสังคม

     ผู้ป่วยเบาหวานสามารถเข้าสังคมและดื่มแอลกอฮอล์ได้บ้างในปริมาณที่พอเหมาะ แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีรสหวานจัด ไม่ดื่มตอนท้องว่าง และที่สำคัญที่สุดคือต้องประเมินสภาพร่างกายของตนเองอยู่เสมอ หากช่วงนั้นระดับน้ำตาลยังควบคุมได้ไม่ดี การงดดื่มไปเลยคือทางเลือกที่ปลอดภัยและดีที่สุดสำหรับสุขภาพของคุณเอ

Our website uses cookies to enhance your experience. Check Out
Ok, Go it!