พุทธศาสนาอธิบายเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า มนุษย์ประกอบไปด้วยสองส่วนหลักคือ ร่างกาย และ จิตใจ เมื่อถึงวาระสุดท้าย ร่างกายซึ่งเป็นธาตุธรรมชาติจะเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา แต่จิตหรือวิญญาณนั้นไม่ได้ดับสูญไปด้วย จิตดวงนี้จะทำหน้าที่สืบต่อพลังงานและเดินทางไปสู่ร่างใหม่ เปรียบเสมือนการถอดเสื้อผ้าชุดเก่าที่ขาดวิ่นและสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ โดยมีตัวกำหนดทิศทางที่สำคัญที่สุดนั่นคือ กฎแห่งกรรม
กรรม หรือการกระทำที่เราสั่งสมไว้ตลอดชีวิต ทั้งทางกาย วาจา และใจ จะเป็นเสมือนตั๋วเดินทางที่ระบุจุดหมายปลายทางในภพภูมิทั้งสามสิบเอ็ด พุทธศาสนาแบ่งโลกหลังความตายออกเป็นหลายระดับ หากสั่งสมความดี มีศีลธรรม จิตที่ผ่องใสจะนำพาไปสู่สุคติภูมิ เช่น โลกมนุษย์ หรือสวรรค์ชั้นต่างๆ ที่เต็มไปด้วยความสุข ความสว่างไสว แต่ในทางตรงกันข้าม หากชีวิตเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง การเบียดเบียน และบาปกรรม จิตที่มืดบอดนั้นจะถูกดึงดูดไปสู่ทุคติภูมิ เช่น นรก เปรต อสุรกาย หรือสัตว์เดรัจฉาน ซึ่งเปรียบเสมือนดินแดนแห่งความทุกข์ทรมานที่ต้องชดใช้ผลแห่งการกระทำ
ความตายไม่ใช่การย้ายดวงวิญญาณที่เป็นอมตะจากร่างหนึ่งไปสู่อีกร่างหนึ่งแบบตรงไปตรงมา แต่เป็นการส่งต่อพลังงานแห่งกรรม เปรียบได้กับการนำเทียนเล่มหนึ่งไปต่อไฟให้กับเทียนอีกเล่มหนึ่ง เปลวไฟจากเทียนเล่มใหม่ไม่ใช่เปลวไฟเดิมเสียทีเดียว แต่ก็สืบเนื่องมาจากไฟดวงเดิม นอกจากนี้ พุทธศาสนายังเน้นย้ำว่า นรกสวรรค์ไม่ได้เป็นสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อลงโทษหรือให้รางวัลโดยอำนาจเหนือธรรมชาติ แต่เป็นผลลัพธ์ที่เป็นเหตุเป็นผลตามธรรมชาติจากการกระทำของเราเองทั้งสิ้น และที่สำคัญที่สุด ทุกภพภูมิล้วนตกอยู่ภายใต้กฎของความไม่เที่ยง แม้จะไปเกิดในสวรรค์ที่สุขสบายที่สุด เมื่อหมดบุญก็ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกครั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจในมุมมองของพุทธศาสนา
สรุปตอนท้าย
การตั้งคำถามว่าตายแล้วไปไหน แท้จริงแล้วพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้เราหมกมุ่นหรือหวาดกลัวกับโลกหลังความตาย แต่สอนให้เราตระหนักถึงความจริงข้อนี้เพื่อกลับมามองการใช้ชีวิตในปัจจุบันให้ดีที่สุด การเข้าใจเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดและกฎแห่งกรรม คือเครื่องเตือนสติชั้นดีให้เราหมั่นทำความดี ละเว้นความชั่ว และพัฒนาจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส เพราะในท้ายที่สุดแล้ว จุดหมายปลายทางสูงสุดในสายตาของพุทธศาสนาไม่ใช่การไปเกิดบนสวรรค์ แต่คือการฝึกฝนจิตใจจนหลุดพ้นจากวัฏสงสาร หรือที่เรียกว่า นิพพาน ซึ่งเป็นสภาวะที่ปราศจากความทุกข์และการเกิด แก่ เจ็บ ตาย อย่างสิ้นเชิง ดังนั้น การเตรียมตัวตายที่ดีที่สุด คือการใช้ชีวิตในทุกวันอย่างมีสติและไม่ประมาทตายแล้วไปไหน, โลกหลังความตาย, การเวียนว่ายตายเกิด, นรกสวรรค์, กฎแห่งกรรม, ภพภูมิ, วัฏสงสาร, วิญญาณออกจากร่าง, พุทธศาสนา, นิพพาน




