ข้อสังเกตว่าคุณกำลังรับภาระค่างวดไม่ไหว
สัญญาณเตือนเริ่มจากการที่คุณต้องนำเงินออมมาจ่ายค่างวดรถ หรือเริ่มมีการค้างค่างวดรถติดต่อกัน อาการหมุนเงินไม่ทันจนต้องไปกู้หนี้ยืมสินจากแหล่งอื่นหรือกดบัตรเงินสดมาโปะไฟแนนซ์ก็เป็นอีกข้อสังเกตอันตรายที่บอกชัดเจนว่าสภาพคล่องทางการเงินกำลังมีปัญหา และคุณควรเริ่มหาทางขยับขยายก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปสู่การถูกบอกเลิกสัญญาและฟ้องร้องเมื่อผ่อนไม่ไหว ควรทำอย่างไรดี
เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มจ่ายค่างวดตามปกติไม่ไหว ทางเลือกแรกที่ควรทำคือการเข้าไปเจรจากับสถาบันการเงินหรือไฟแนนซ์โดยตรงเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งอาจหมายถึงการขยายเวลาผ่อนชำระออกไปเพื่อให้ค่างวดในแต่ละเดือนลดลง หรือที่หลายคนคุ้นเคยกับการรีไฟแนนซ์รถ วิธีนี้ช่วยต่อลมหายใจได้ดีมากสำหรับคนที่ยังมีรายได้แต่แค่หมุนเงินไม่ทันในช่วงนี้ หากประเมินแล้วว่าลดค่างวดลงมาก็ยังผ่อนไม่ไหว การขายดาวน์รถหรือการเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อให้คนอื่นไปผ่อนต่อก็เป็นทางออกที่เจ็บตัวน้อยที่สุด เพราะคุณอาจจะได้เงินก้อนกลับมาบ้างและหมดภาระหนี้ก้อนโต แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องทำเรื่องเปลี่ยนสัญญาให้ถูกต้องตามกฎหมายกับไฟแนนซ์เท่านั้น ห้ามใช้วิธีโอนลอยเด็ดขาดเพราะหากคนซื้อใหม่ไม่ยอมผ่อนต่อ ภาระหนี้ทั้งหมดรวมถึงความผิดทางกฎหมายจะตกอยู่ที่คุณเหมือนเดิม
สำหรับคนที่พยายามหาคนซื้อต่อแล้วแต่หาไม่ได้จริงๆ การนำรถไปคืนไฟแนนซ์อาจเป็นทางเลือกท้ายสุด แต่ต้องทำความเข้าใจตามความเป็นจริงว่าวิธีนี้อาจจะยังมีส่วนต่างค่างวดที่คุณต้องรับผิดชอบ หากไฟแนนซ์นำรถไปขายทอดตลาดแล้วได้ราคาต่ำกว่าหนี้ที่คุณยังค้างอยู่ จึงควรพิจารณาและใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ
สรุปตอนท้าย
เมื่อเกิดปัญหาผ่อนต่อไม่ไหว สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือการหนีปัญหา ขาดการติดต่อ หรือปล่อยให้รถถูกยึดไปเฉยๆ เพราะจะทำให้เสียประวัติเครดิตและโดนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายตามมา การเดินเข้าไปคุยกับไฟแนนซ์เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ หรือหาคนมารับช่วงต่อผ่านการเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อ คือวิธีรับมือที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด การยอมรับความจริงและรีบแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นจะช่วยให้คุณผ่านวิกฤตการเงินครั้งนี้ไปได้โดยบอบช้ำน้อยที่สุด
ผ่อนรถไม่ไหว,ค้างค่างวดรถ,คืนรถไฟแนนซ์,รีไฟแนนซ์รถ,ปรับโครงสร้างหนี้รถ,ขายดาวน์รถ,เปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อ,รถโดนยึดทำไง,ผ่อนรถไม่ไหวทำไงดี,วิธีแก้ปัญหาผ่อนรถ




