หลายคนอาจเคยพร่ำถามหรือค้นหาข้อมูลว่า โรคแอสเพอร์เกอร์ หรือ แอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม (Asperger Syndrome) คืออะไรกันแน่ หากจะให้อธิบายแบบเห็นภาพชัดเจนที่สุด ลองจินตนาการว่าสมองของคนเราเปรียบเสมือนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ คนทั่วไปอาจใช้ระบบปฏิบัติการแบบปกติทั่วไป ในขณะที่ผู้ที่มี กลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์ ใช้ระบบปฏิบัติการอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถทำงานได้ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน เพียงแต่วิธีการประมวลผลข้อมูล การสื่อสาร และการมองโลกนั้นแตกต่างออกไป โดยในปัจจุบันทางการแพทย์ได้จัดให้อาการนี้อยู่ในกลุ่มของออทิสติกสเปกตรัม แต่ผู้ที่เป็นแอสเพอร์เกอร์มักจะมีพัฒนาการทางภาษาและสติปัญญาอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือบางคนอาจสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานด้วยซ้ำ
วิธีสังเกตอาการแอสเพอร์เกอร์แบบเข้าใจง่าย
การสังเกตว่าบุคคลใดเข้าข่ายเป็นโรคนี้หรือไม่ สามารถประเมินเบื้องต้นได้จากพฤติกรรมและการใช้ชีวิตประจำวัน อาการแอสเพอร์เกอร์ ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือเรื่องของการเข้าสังคมและการสื่อสาร ผู้ที่เป็นมักจะอ่านสีหน้า ท่าทาง หรืออารมณ์ของคนรอบข้างไม่ออก ไม่เข้าใจมุกตลก คำประชดประชัน หรือการเปรียบเปรยเชิงซ้อน เพราะพวกเขาจะตีความหมายของคำพูดแบบตรงไปตรงมาทุกประการ นอกจากนี้ยังมักจะหลีกเลี่ยงการสบตาเวลาสนทนา ซึ่งอาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาเย่อหยิ่งหรือไม่สนใจฟังสิ่งที่ผู้อื่นพูด อีกจุดสังเกตที่โดดเด่นคือความสนใจเฉพาะทางที่ลึกซึ้ง ผู้ที่มีพฤติกรรมแอสเพอร์เกอร์มักจะหมกมุ่นหรือหลงใหลในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างจริงจัง เช่น เรื่องระบบสุริยะ สายพันธุ์ไดโนเสาร์ หรือกลไกเครื่องยนต์ จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พวกเขาสามารถจดจำรายละเอียดที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังชอบทำกิจวัตรประจำวันแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมา และจะรู้สึกหงุดหงิดหรือวิตกกังวลอย่างมากหากมีการเปลี่ยนแปลงแผนการแบบกะทันหัน รวมถึงอาจมีความไวต่อสิ่งเร้าภายนอกมากกว่าคนทั่วไป เช่น ทนเสียงดังมากไม่ได้ หรือรู้สึกอึดอัดกับเนื้อสัมผัสของเสื้อผ้าบางชนิด
สรุปความเข้าใจเกี่ยวกับแอสเพอร์เกอร์
โรคแอสเพอร์เกอร์ ไม่ใช่ความเจ็บป่วยร้ายแรงที่ต้องหาทางรักษาให้หายขาด และไม่ใช่ความบกพร่องทางระดับสติปัญญาแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงความแตกต่างทางระบบประสาทที่ทำให้รูปแบบการคิดและการเข้าสังคมไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ สิ่งสำคัญที่สุดในการอยู่ร่วมกันคือความเข้าใจและการยอมรับจากครอบครัวและคนรอบข้าง การสนับสนุนให้พวกเขาได้ใช้ศักยภาพในด้านที่สนใจอย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการค่อยๆ ฝึกทักษะทางสังคม จะช่วยให้ผู้ที่มีลักษณะแอสเพอร์เกอร์สามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จในแนวทางของตนเอง


